skip to main |
skip to sidebar
อาหารการกิน เรื่องใหญ่สำหรับการเดทก็อย่างว่านะคะ เวลาเดทกัน ไม่รู้จะไปที่ไหน ส่วนใหญ่ก็เลยนัดกันไปทานข้าว หรือไม่ก็ดูหนัง ซึ่งการทานข้าวนี่แหละค่ะ แต่ละคนจะแสดงนิสัยและมารยาทในชีวิตประจำวันออกมา ทำให้หลายครั้งการทานข้าวเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้าคิดได้ว่าเราไม่ใช่และไม่นัดเดทกับเราอีกต่อไป ดังนั้นเราควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ
การเลือกร้านอาหาร
1. ควรให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเลือกก่อน ถ้าเธอปฏิเสธเราจึงเป็นคนเลือก
2. ไม่ควรเลือกร้านที่พลุกพล่าน ร้อนเกินไป เสียงดังเกินไป ที่นั่งเบียดเกินไป ควรเลือกร้านที่โรแมนติกหน่อย
3. เลือกร้านให้เหมาะกับฐานะเราทั้งสองฝ่าย
4. ไม่ควรเลือกร้านที่คนเยอะเกินไป ประเภทต้องรีบกิน รีบไป
5. ต้องเดินทางสะดวกทั้งสองฝ่าย
ระหว่างอยู่ในร้านอาหาร
1. ให้ฝ่ายหญิงดูเมนูและสั่งอาหารก่อน
2. ถ้าต้องจองที่ ควรให้ฝ่ายชายจอง ฝ่ายหญิงไปซื้อน้ำมาวาง แล้วค่อยแยกย้ายไปเลือกซื้ออาหารกันเอง
3. ไม่ควรเลือกอาหารกลิ่นแรง เช่น มีต้นหอม กระเทียม ผงกะหรี่ กระเพรา โหระพา หัวหอมใหญ่
4. ไม่ควรเลือกอาหารที่อาจติดฟัน เช่น อาหารที่มีพริก ผักบล็อกโครี่
5. ไม่ควรเลือกอาหารที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะถ้าอยู่ในร้านที่ไม่เย็น มันจะทำให้เหงื่อแตก ดูไม่ดีซะเลย
6. ถ้าสั่งอาหารจานเดียว ควรสั่งอาหารที่เรากินได้หมด เช่น ไม่ชอบกินผัก ก็อย่าสั่งอาหารที่มีผัก
7. อย่าดุพนักงาน หรือแสดงอาการไม่พอใจ เก็บๆอาการไว้บ้าง
8. ควรรอกินพร้อมกัน
9. การกินอาหารประเภทเส้น ควรตัด หรือตักใส่ช้อนก่อนกิน
10. อย่ากินมูมมาม เสียงดัง
11. อย่าห่วงแต่กิน ไม่ชวนเค้าคุยเลย
12. ฝ่ายชายควรใช้ช้อนกลางตักให้ฝ่ายหญิงบ้าง
13. พยายามทานให้หมด อย่าเหลือเยอะจนน่าเกลียด
14. ทานเสร็จ นั่งคุยกันซักพักก็ดี
15. ถ้ายังไม่เป็นแฟน ฝ่ายชายควรจ่าย แต่ถ้าเป็นแฟนกันแล้ว ก็ตามตกลงค่ะ.
ทำไมเค้าไม่นัด ‘เดทสอง’
1. ลองดูว่าเราทำตามที่น้องCupid แนะนำครบรึเปล่าคะ ถ้ายังไม่ครบ คราวหน้า คนหน้าเอาใหม่
2. ถ้าทำครบแล้ว แสดงว่าเค้าอาจจะไม่คลิกเราเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไรค่ะ รอเดทต่อไปจ้า
3. เค้าอาจรู้สึกว่าเรายังตัดคนเก่าไม่ขาดรึเปล่า เพราะมีหลายคนเพิ่งอกหักหยกๆก็ไปเดท เลยพูดจาสับสนชอบกลจนเค้าจับได้
4. ก็เราไปบอกข้อเสียของเราซะหมดในเดทแรก ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น บางทีเค้าคบๆเราไป ถ้าเค้ารักเรา เค้าก็คงรับได้ค่ะ (อันนี้ไม่ได้สอนให้โกหกนะคะ แต่เรื่องบางอย่างไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้)
5. เค้าเองก็ยังตัดคนเก่าไม่ขาด คุยกับเราแล้วก็นึกถึงแต่คนเก่าตลอดเวลา ดังนั้นเค้าจึงคิดที่จะไปง้อคนเก่า ซึ่งง่ายกว่ามาเริ่มต้นกับคนใหม่ค่ะ
อย่าเพิ่งหมดหวัง หรือไม่มั่นใจตัวเองนะคะ ใครๆเค้าก็เดทกันหลายๆครั้งทั้งนั้นแหละค่ะกว่าจะเจอคนที่ใช่ คราวหน้ายังมี อย่างน้อยก็ได้เพื่อนใหม่มาคุย และฝึกความชำนาญในการเดทด้วย คราวนี้อีกกี่เดทก็ยังไหวค่า
.
เทคนิคฝ่าด่าน ‘เดทแรก’ (ตอนที่ 3)
หลังเดท
1. ลองถามตัวเองก่อนว่า ถูกใจเค้าหรือไม่
- ถ้าฝ่ายชายถูกใจ อาจส่ง message แสดงความขอบคุณที่วันนี้เค้าไปเที่ยวเป็นเพื่อน ทำให้เรารู้สึกดีมากเลย แล้วรีบโทรหานัดเจอกันพรุ่งนี้เลย แต่อาจเปลี่ยนสถานที่บ้าง ถ้าผู้หญิงเค้าไม่ยอมรับนัด หรือพูดจาอ้อมๆเหมือนไม่อยากเจอ แสดงว่าเค้าอาจไม่ชอบเราเท่าไหร่ ก็ลองถามเค้าไปตรงๆก็ได้ว่า ไม่ถูกใจเราตรงไหนหรือเปล่า ถ้าเค้ายอมบอกก็ดีไปค่ะ แต่ส่วนใหญ่คงไม่ยอมบอกด้วยความเกรงใจ เราก็ต้องตัดสินใจว่าอยากตื๊อต่อไป หรือเลิกไปเลย
- ถ้าโทรไปแล้วฝ่ายหญิงเค้าไม่รับสาย และไม่โทรกลับ ก็ลองเว้นช่วงอีกซักวันนึง ถ้ายังเป็นเหมือนเดิม ก็เดาได้เลยว่า เค้าคงไม่ถูกใจเราจากการเดทแน่นอน ให้เราทำใจได้เลยค่ะ แล้วไม่ต้องโทรหาเค้าอีก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะนั่นคือการปฏิเสธอ้อมๆของเค้าแล้ว
- ส่วนฝ่ายหญิงถ้าถูกใจ ก็ใจเย็นๆนะคะ อย่าเพิ่งโทรไป รอให้เค้าโทรมาก่อน(ต้องวางฟอร์มหน่อย) และถ้าเค้าโทรมาก็o.k. แต่ถ้าเค้าไม่โทรมา ก็ให้รอไปก่อนซัก3-4 วัน ถ้าเค้ายังไม่โทรอีก ก็ต้องคิดหาเหตุผลดูก่อนว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าคิดว่าเค้าอาจไม่ชอบเรา เพราะเราไม่สวยหรือหุ่นไม่ดีตามสเป๊คเค้า ก็ทำใจดีกว่าค่ะ เพราะของแบบนี้มันแก้กันยากเหลือเกิน ไอ้รูปร่างหน้าตาเนี่ย แต่ถ้าคิดว่าเค้าอาจไม่ชอบเรา เพราะเค้าไม่ถูกใจอะไรเราบางอย่าง และเราพร้อมที่จะแก้ไข ก็ลองโทรไปหาเค้าดู แต่ต้องทำใจไว้ก่อนโทรนะคะ เพราะเค้าอาจจะเย็นชากับเรา เปลี่ยนเป็นคนละคนกับที่ไปเดทกับเราวันนั้นก็ได้
- และเหมือนกันถ้าโทรไปแล้วฝ่ายชายเค้าไม่รับสาย และไม่โทรกลับ ก็เดาได้เลยว่า เค้าคงไม่ถูกใจเราจากการเดทแน่นอน ให้เราทำใจได้เลยค่ะ แล้วไม่ต้องโทรหาเค้าอีก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะนั่นคือการปฏิเสธอ้อมๆของเค้าแล้ว
2. ถ้าสองคนคลิกตรงกันก็โชคดีไปค่ะ ไปเดทสองกันต่อเลย โดยให้ทำตัวเหมือนเดทแรก แต่ถามมากขึ้นอีกนี๊สนึง และต้องใจเย็นๆนะคะ ยังมีเวลาอีกเยอะในการศึกษากัน ดังนั้นค่อยๆดูกันไป อย่ารีบร้อนขอคบกับเค้าเป็นแฟน จนกว่าจะถูกใจจริงๆค่อยขอเค้าเป็นแฟนจะดีกว่า
3. ถ้าไม่คลิกกันก็ไม่เป็นไรค่ะ อย่าเพิ่งท้อ ถ้าเหตุผลคือ เราผิดพลาด ก็เก็บมาเป็นประสบการณ์ แต่ถ้าเหตุผลเพราะว่า คุยกันยังไม่คลิก ก็ไม่เป็นไรค่ะ ครั้งหน้ายังมี คู่แท้เรายังรออยู่ สู้ต่อไปคร่า
.
เทคนิคฝ่าด่าน ‘เดทแรก’ (ตอนที่ 2)
วันออกเดท(แรก)
1. ทำตัวเองให้ดูดี ทั้งการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม การฉีดน้ำหอม ควรดูดี สะอาด เป็นธรรมชาติ และไม่เวอร์จนเกินไป
2. มาให้ตรงเวลา
3. การวางตัว ฝ่ายชายไม่ควรถึงเนื้อต้องตัวฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็ควรรักนวลสงวนตัวเช่นกันค่ะ อย่าให้เค้าจับหรือแตะเราง่ายๆ (ถ้าโดนแต๊ะอั๋ง ขอแนะนำว่าให้โวยวายแล้วขอตัวกลับเลยค่ะ ไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก!!!)
4. การพูดจา รู้แล้วค่ะว่าตื่นเต้น แต่ให้ตั้งสติ คิดนี๊สนึงก่อนพูดนะคะ และควรตอบคำถามอย่างนางงามแบบไม่เฟคจนเกินเหตุ
5. ยิ้มเข้าไว้
6. อย่าตื่นเต้นตกใจจนประหม่า คิดซะว่า แค่มานั่งคุยกับเพื่อนคนนึงเท่านั้นเอง พยายามแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าให้เค้าจับได้ว่าเรากำลังตื่นเต้นอยู่ จะทำให้เสียบุคคลิก
7. ผู้หญิงชอบคำชม ลองมองเค้าแล้วชมตามที่ตัวเองคิด เช่น ดูสวยกว่าในรูปอีก หรือแต่งตัวน่ารักจัง แต่อย่าชมจนเลี่ยนหรือชมไม่หยุดนะคะ อันนั้นก็เกินไป
8. ผลัดกันพูดและแสดงความคิดเห็น ไม่ควรพูดอย่างเดียวหรือฟังอย่างเดียว หรือยิงคำถามอย่างเดียว เค้าไม่ใช่จำเลยนะ
9. คำถามที่ควรถาม ไม่ควรถามละลาบละล้วงจนเกินไป เช่น บางคนเจอกันครั้งแรกก็ถามถึงพ่อแม่พี่น้องเค้าแล้ว หรือถามเรื่องอนาคตอยากมีลูกกี่คนอย่างเงี๊ยจะรู้ไปทำไมเนี่ย???
10. การแสดงความคิดเห็น ควรแสดงความคิดเห็นในแง่บวก และเป็นตัวของตัวเอง ฝ่ายชายไม่ควรเออออตามที่ผู้หญิงพูดไปซะหมด จะดูเหมือนไม่มีสมอง และไม่ควรโต้แย้งความคิดเห็นของผู้หญิงมากเกินไป จะทำให้ดูเป็นคนก้าวร้าว ไม่ยอมใคร
11. การตัดสินใจ ผู้ชายควรแสดงความเป็นผู้นำให้ฝ่ายหญิงเห็น โดยการตัดสินใจเลือกอะไรก็ตาม และเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ควรถามฝ่ายหญิงด้วยว่า เห็นด้วยมั๊ย ส่วนฝ่ายหญิงก็ควรตัดสินใจบ้างตามสมควรแต่ไม่บังคับ เพื่อให้เค้ารู้บ้างว่า ชั้นก็มีสมองเหมือนกันนะยะ
12. สายตา อย่าล่อกแล่ก มัวแต่มองคนอื่น ควรใส่ใจคู่เดทของเรา และคอยสังเกตุเค้า ถ้าเริ่มทำหน้าเบื่อๆนิ่งๆ ก็ควรคิดวิเคราะห์ได้แล้วค่ะ
13. ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือก่อน อย่าเพิ่งรับ
14. ถ้าคุยกันไม่คลิก ก็ควรรีบตัดบท แล้วแยกย้ายกันกลับค่ะ
15. ค่าอาหาร ก็เป็นอันรู้กันนะจ๊ะว่า ฝ่ายชายควรเป็นฝ่ายออก ดังนั้นผู้ชายควรเตรียมเงินสดเผื่อไว้ให้พร้อม อย่ามัวแต่พึ่งบัตรเครดิตอย่างเดียวนะคะ เดี๋ยวหน้าแตกค่ะ
16. หลังทานข้าวเสร็จ ถ้าถูกใจเค้าและไม่รีบ ควรชวนเค้าไปทำกิจกรรมต่อ เช่น เดินเล่นคุยกัน หรือไปดูหนัง เล่นตู้เกมส์(เลือกเกมส์เบาๆนะคะ ไม่ใช่เกมส์รุนแรงหรือเกมส์ผู้ชาย) เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้มากยิ่งขึ้น โดยเราสังเกตุจากการพูดคุยกับเค้าตอนทานอาหาร แล้วคิดเอาไว้เสนอเค้า ถ้าเค้าชอบคุณเค้าจะไปต่อแน่
17. จบการเดท ฝ่ายชายควรเสนอตัวไปส่งบ้านค่ะ ส่วนฝ่ายหญิง หากไม่เคยเจอกันมาก่อนหรือยังไม่รู้จักเค้าดีพอ ควรปฏิเสธเค้าอย่างเนียนๆ เช่น บอกเค้าว่ายังไม่กลับ นัดเพื่อนไว้ที่นี่ เป็นต้นค่ะ
.
เทคนิคฝ่าด่าน ‘เดทแรก’ (ตอนที่ 1)
และแล้ว เดทแรก ก็มาถึง555 อย่าเพิ่งกลัวค่ะ บางคนยังไม่เคยเดทกับใครเลย ส่วนบางคนก็เดทซะจนเคยชิน ของอย่างนี้มันต้องอาศัยประสบการณ์ค่ะ คนที่เคยมีแฟนมาแล้วจะได้เปรียบกว่าคนที่ยังไม่เคยมีแฟน เพราะจะรู้วิธีปฏิบัติตัวมากกว่า และรู้ว่า เดทแรก นั้นสำคัญมากๆ เพราะมันจะนำมาซึ่งเดทต่อๆไป และเข้าสู่ความสัมพันธ์ในอนาคต
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเดท หรือเคยเดทแล้ว แต่ไม่มีเดทต่อๆไป เป็นเพราะอะไร ลองทำตามน้องCupid ดูนะคะ มันคล้ายๆการไปสอบสัมภาษณ์งาน หรือสัมภาษณ์เรียนต่อแหละค่ะ
เตรียมตัวก่อนออกเดท
1. สถานที่ ควรเป็นร้านอาหารที่โรแมนติกหน่อย คนไม่พลุกพล่าน ซึ่งเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะค่ะ ไม่ควรนัดกันตามสถานที่ต่อไปนี้
- Fast food หรือ บุฟเฟ่ต์ เพราะส่วนใหญ่จะดูไม่โรแมนติกเอาซะเลย เข้าไปก็กิน กิน กิน อย่างเดียว
- สถานที่อโคจร เช่น เธค ผับ บาร์ เพราะเสียงดัง จะคุยกันไม่รู้เรื่อง
- คาราโอเกะ เพราะมัวแต่ร้องเพลง
- โรงหนัง เพราะจะทำให้ไม่ได้คุยกันเลย
- เพิงข้างทาง ถึงจะดูติดดินก็จริง แต่ก็ไม่ควรค่ะ เพราะมันไม่โรแมนติกเอาซะเลย
- ต่างจังหวัด เพราะเพิ่งเจอกัน ไม่ต้องรีบไปต่างจังหวัดด้วยกันหรอกค่ะ เดี๋ยวอดกลับบ้าน
2. ควรนัดกันตอนกลางวัน เพื่อเห็นหน้าเค้าอย่างชัดเจน(กรณีไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน) และจะปลอดภัยสำหรับน้องผู้หญิงด้วยค่ะ
3. หากไม่เคยเจอกันมาก่อนหรือยังไม่รู้จักเค้าดีพอ ต่างคนต่างมาจะดีกว่า โดยเฉพาะฝ่ายหญิงอย่าเพิ่งให้เค้ารู้จักบ้านจะดีที่สุดค่ะ เผื่อไม่ชอบใจ จะได้เลิกง่ายๆไงคะ
4. ฝ่ายชายควรเสนอตัวไปรับที่บ้านฝ่ายหญิงค่ะ โดยหากเป็นเพื่อนกันอยู่ก่อนแล้ว หรือผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้(มาจากการแนะนำของแม่สื่อ) ผู้หญิงก็ไปด้วยเถอะค่ะ ไม่เสียหายอะไร
5. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าไม่เพียงพอไปคุยกับเค้าแล้วไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวเค้าหาว่าติดยาไม่รู้ด้วยน๊า และถ้ามัวแต่หาว จะเสียบุคคลิกเปล่าๆ
.